Skip to Content

5 เคล็ด (ไม่) ลับขจัดกลิ่นตัวน้องหมาให้หายขาดเป็นปลิดทิ้ง

September 2, 2022 • purina

หากพูดถึงสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่ทั้งน่ารัก ขนฟูนุ่มน่ากอด แถมยังซุกซนชวนให้หัวใจพองโตอยู่ตลอดคงหนีไม่พ้น ‘สุนัข’ หรือเจ้าหมาน้อยที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง อย่างที่รู้กันดีว่าสุนัขนั้นเป็นสัตว์ที่ชอบเล่นไม่หยุดและมีพลังงานสูงเป็นอย่างมาก ดังนั้นบ้านไหนที่เลี้ยงสุนัขเป็นอันต้องปวดหัวกับคราบสกปรกเลอะเทอะที่เจ้าตูบสี่ขานำพามาให้ไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งถ้าหากไม่ดูแลให้ดีก็อาจสะสมกลายเป็นกลิ่นเหม็นหึ่งโชยไปทั่วบ้าน บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องกลิ่นตัวสุนัขจะมองข้ามไม่ได้เด็ดขาดเพราะกลิ่นนอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแล้วยังสามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นอารมณ์หรือโรคต่าง ๆ ที่อาจคืบคลานเข้ามาหาเจ้าสี่ขาโดยไม่ทันตั้งตัว วันนี้เราจะพาคุณมาดูกันว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์ดังกล่าวนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรและวิธีไหนที่ช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง

กลิ่นตัวสุนัขมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

1.อาหารการกิน

ปัจจัยแรกที่ส่งผลต่อกลิ่นตัวของสุนัขคืออาหาร หากสุนัขบ้านไหนกินอาหารจำพวกบาร์ฟหรืออาหารเปียกก็มีแนวโน้มมีกลิ่นตัวสูง นอกจากนี้อาหารเปียกบางประเภทยังส่งผลให้สุขภาพช่องปากของสุนัขแย่ลงกว่าการกินอาหารเม็ดทั่วไปอีกด้วย

2.ของเสียจากหู

ขี้หูเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้กลิ่นตัวของสุนัขรุนแรงขึ้น เนื่องจากต่อมไขมันภายในหูมีการผลิตขี้หูออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้จุลินทรีย์ต่าง ๆ สะสมจนกลายเป็นก้อนส่งกลิ่นเหม็นได้อย่างง่ายดายหากไม่มีการทำความสะอาดเป็นประจำ

3.เหงื่อ

เนื่องจากสุนัขเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่บ่อยจึงส่งผลให้มีเหงื่อออกเยอะ โดยเหงื่อของสุนัขมักจะออกตามจุดที่ไม่มีขน ยกตัวอย่างเช่น จมูก อุ้งเท้า เป็นต้น ซึ่งเหงื่อนั้นสามารถเกาะติดตามบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้านและส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

4.เชื้อโรคต่าง ๆ

การสะสมของเชื้อโรคเองก็เป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตัวสุนัขได้เช่นกัน โดยเฉพาะสุนัขที่เป็นโรคผิวหนังจากอาการกดทับหรืออักเสบของผิวหนังที่ไม่ได้รับการรักษา นอกจากนี้แบคทีเรียหรือเชื้อราตามสุนัขที่มีขนยาวหรือผิวย่นอย่างชิสุ บูลด็อก ฯลฯ เองก็สามารถส่งกลิ่นเหม็นได้เช่นกันหากไม่ได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ

แนะนำ 5 วิธีกำจัดกลิ่นติดตัวสุนัขแบบถาวร

1.หมั่นทำความสะอาดที่นอนเสมอ

รู้หรือไม่ว่าที่นอนถือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหลัก ๆ ของสุนัขเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราแนะนำให้คุณทำความสะอาดฟูกหรือผ้าเน่าต่าง ๆ อย่างน้อย 2 ครั้ง/เดือนและตากแดดจัดเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค ในกรณีที่เลี้ยงในกรงให้นำน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาขจัดเชื้อโรคอื่น ๆ มาฉีดพ่นและล้างให้สะอาดเพื่อลดจำนวนแบคทีเรียให้น้อยลง

2.ถอนขนตามจุดอับ

สุนัขบางสายพันธุ์จะมีขนยาวที่อาจหมักหมมจนเกิดคราบสกปรกที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ในภายหลังได้ คุณควรตัดเล็มขนส่วนเกินบริเวณปาก รูทวาร อุ้งเท้า หรือส่วนที่เปื้อนง่ายเพื่อลดการเกาะตัวและการสะสมของเชื้อโรคที่อาจสะสมจนส่งกลิ่นเหม็นได้ในภายหลัง

3.อาบน้ำด้วยแชมพูขจัดแบคทีเรีย

หมั่นอาบน้ำสุนัขอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสองสัปดาห์ไปจนถึงเดือนละครั้งเพื่อรักษาความสะอาดและลดอัตราการสะสมของแบคทีเรีย โดยหากสุนัขของคุณมีปัญหากลิ่นตัว เราแนะนำให้ใช้แชมพูทำความสะอาดที่เน้นขจัดแบคทีเรีย แชมพูจำพวก Medicated Shampoo หรือแชมพูที่ทำจากสารสกัดสมุนไพรจะดีที่สุด

4.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

อาหารที่มีส่วนผสมของแป้ง เกลือ และไขมันมากเกินไปอาจทำให้สุนัขมีปัญหาน้ำหนักเกินและทำให้ต่อมผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากขึ้น ดังนั้นควรให้สุนัขรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและปรุงให้น้อยที่สุดจะดีกว่า เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพดีขึ้นแล้วยังลดกลิ่นตัวได้ดีอีกด้วย

5.หมั่นแปรงฟันน้องหมา

การแปรงฟันสุนัขนอกจากจะช่วยให้สุขภาพฟันแข็งแรงมากขึ้นแล้วยังช่วยลดกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ให้น้อยลงอีกด้วย คุณควรแปรงฟันสุนัขทุกวัน หากสังเกตว่าวันไหนสุนัขมีเลือดออกทางไรฟันให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์โดยด่วน

บอกลากลิ่นตัวน้องหมาแบบถาวรด้วยเคล็ดลับ 5 ขั้นตอน

สุนัขกับการเล่นถือเป็นของคู่กันที่ตัดยังไงก็ไม่ขาด ดังนั้นหากคุณไม่ดูแลสุนัขให้ดี บางทีเจ้าสี่ขาอาจเล่นเพลินจนสะสมแบคทีเรียจนเหม็นหึ่งไปทั่วโดยไม่รู้ตัว ใครที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าวเราแนะนำให้ลองอ่านบทความนี้แล้วนำวิธีที่เราแนะนำไปประยุกต์ใช้ รับรองกลิ่นตัวหายเป็นปลิดทิ้งไม่เหลือร่องรอยแน่นอน